EDGAR RICE BURROUGHS

บิดาผู้ให้กำเนิดทาร์ซาน


Edgar เอ็ดการ์ ไรซ์ เบอร์โรห์สถือกำเนิดที่ชิคาโกในปี1875 เมื่อวันที่ 1 กันยายน เขาเป็นลูกคนที่5ในจำนวนลูกชาย6 คนของจอร์จ ไทเลอร์ เบอร์โรห์ส นักธุรกิจผู้มั่งคั่งชาวเมืองชิคาโกและแมรี่ เอวาลีน ผู้เป็นภรรยา พอโตขึ้นเบอร์โรห์ส ก็ทำงานที่ไร่ปศุสัตว์ของพวกพี่ๆในไอดาโฮ และร่ำเรียนที่สถาบันทางการทหารในมิชิแกน แต่ก็ไม่สามารถสอบเข้าศึกษา ต่อในโรงเรียนนายร้อยไม่ได้ หลังจากที่ต้องทนจำเจกับงานในกองทหารม้าสหรัฐฯ เขาก็ได้แต่งงานกับคนรัก ที่รักกันมาตั้งแต่เด็กที่ชื่อ เอ็มมา เซ็นเทนเนีย ฮัลเบิร์ต จากนั้นจึงร่วมงานกับพวกพี่ๆของเขาในไอดาโฮเพื่อขุดหาทอง แต่ก็ต้องประสบความล้มเหลว ทั้งสองจึงตกลงใจที่จะเข้าไปแสวงโชคในซอลท์เลคซิตี้โดยเบอร์โรห์ได้งานเป็นตำรวจ รถไฟได้ไม่นาน ทั้งสองก็ย้ายกลับไปชิคาโกและทำงานเล็กๆน้อยๆอย่างคนไร้จิตวิญญาณ
ในขณะนั้นเองที่เขามีอายุได้35ปี เขาประสบความล้มเหลวในหน้าที่การงานทุกอย่างที่เขาตั้งใจเอาไว้ ขณะที่ลูกสองคนก็ ถือกำเนิดขึ้นมาพร้อมกับสภาพที่อับจนของครอบครัว เขาต้องจำนำนาฬิกาและเครื่องประดับของภรรยาเพื่อแลกซื้ออาหารและถ่านหินเพื่อประทังชีพ และประกอบอาชีพใหม่โดยดำเนินธุรกิจเป็นเซลส์แมนจำหน่ายเครื่องเหลาดินสอออกเร่ไปตามบ้านเรือนต่างๆ แต่อาชีพที่หวังไว้ก็กลับกลายเป็นหายนะ เพราะโชคชะตาไม่เข้าข้างเขาเสียเลย ขณะที่เบอร์โรห์กำลังรอคอยผลรายงานยอดการขายจากอาชีพ เซลล์แมนของตัวเขา เบอร์โรห์ก็เริ่มเขียนนิยายเพื่อความบันเทิงส่วนตัวขึ้นมาและสร้างความประหลาดใจให้เขาอย่างใหญ่หลวงเมื่อนิยายเรื่องแรกของเขา "Under the Moon Of Mars"(ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น"A Princess of Mars")สามารถขายให้กับนิตยสารออลล์สตอรี่ย์ ซึ่งเป็นนิตยสาร ที่ลงเรื่องอ่านเล่น หรือเรื่องไร้สาระต่างๆที่พิมพ์ด้วยกระดาษราคาถูก ด้วยเงินมากถึง400ดอลลาห์ หลังจากนั้นเบอร์โรห์ก็เขียนผลงานเรื่องที่สองตามออกมา ซึ่งเป็นนิยายเกี่ยวกับการผจญภัยที่ดำเนินเรื่องในยุคกลางชื่อว่า"The Outlaw Of Torn" แต่ผลงานชิ้นนี้กลับประสบความล้มเหลวในการเป็น ที่ยอมรับ เขาจึงตัดสินใจที่จะเขียนเรื่องใหม่โดยบุกเข้าไปสำรวจในธรรมชาติและนำเอาความศิวิไลซ์มาผสมผสานกับความป่าเถื่อนกลายเป็น ผลงานเรื่องที่สามที่กลายเป็นผลงานที่ทุกคนรู้จักกันเป็นอย่างดี"Tarzan Of The Apes"

"Tarzan Of The Apes" นิยายที่เป็นต้นกำเนิดของทาร์ซานนั้นยังคงปรากฏโฉมครั้งแรกในนิตยสารออลสตอรี่ย์เช่นเดียวกับผลงานเรื่องแรก ของเบอร์โรห์ ในฉบับเดือนตุลาคมปี1912และลงจนจบสมบูรณ์ในเล่มเดียว ทางออล์ซื้อลิขสิทธิ์ของ"Tarzan of The Ape"เป็นเงิน700ดอลลาห์ และตีพิมพ์ใน นิตยสารในเดือนตุลาคม1912ทั้งๆที่ได้รับความนิยมสูง แต่ต้องใช้เวลาถึง2ปี เบอร์โรห์หาข้อสรุปจากการเจรจาทางธุรกิจใหม่ และ"Tarzan Of the Ape" ก็ได้รับการตีพิมพ์เป็นหนังสือในปี1914และกลายเป็นหนังสือระดับเบสท์เซลเลอร์ที่ยิ่งใหญ่ การตอบรับของผู้อ่านเรื่องนี้เป็นไปอย่างคึกคัก และเรียกร้องที่จะ อ่านเรื่องราวของคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในป่าคนนี้อีกครั้ง หนังสือพิมพ์ต่างๆก็นำเอาเรื่องนี้มาลงต่อเป็นตอนๆ และไม่นานนักเขาก็เขียนนิยายภาคต่อ ออกมาภายใต้ชื่อเรื่องว่า"The Return Of Tarzan"ซึ่งก็เป็นการตอกย้ำคะแนนนิยมของทาร์ซานให้หนักแน่นขึ้น และเป็นหลักประกันในอาชีพการ เขียนนิยายของเบอร์โรห์ที่เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น
ในยุคที่งานเขียนมีการผลิตขึ้นมาอย่างมากมาย เบอร์โรห์ได้เขียนนิยายแนวไซไฟออกมาหลายเรื่องด้วยจินตนาการที่แหวกแนวและไม่เหมือนใคร แต่ แล้วเพราะปัญหาการเงินที่มีผลกระทบกับเขา ทำให้เบอร์โรห์ก็ต้องย้อนกลับมาหาทาร์ซานใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนในที่สุดเขาวางกำหนดที่จะเขียนนิยายแนว อื่น1เรื่องสลับกับนิยายทาร์ซาน1เรื่องในแต่ละปี สุดท้ายก็ได้นิยายทาร์ซานถึง24เรื่องและผลงานอื่นที่เป็นรู้จักกันไม่มากอีกประมาณ50เรื่อง ถึงแม้เบอร์โรห์จะได้รับการดูหมิ่นดูแคลนจากวงการของผู้มีความรู้ทางด้านประพันธ์ แต่เขาก็เป็นนักเขียนที่ประสบความสำเร็จอย่างมหาศาลในแง่ของ ธุรกิจ นิยายของเขาหลายล้านเล่มถูกนำมาแปลเป็นภาษาต่างๆมากกว่า30ภาษา สิ่งใดก็ตามที่ขาดหายไปในฝีมือการเขียนของเบอร์โรห์ก็จะถูกทดแทน ด้วยความสามารถในการเล่าเรื่องอย่างจินตนาการทีสูงขึ้นของเขา ด้วยเรื่องราวที่น่าผจญภัย น่าติดตาม และอบอวลไปด้วยอารมณ์ขัน ปรัชญาและความ คิดทางด้านการเมืองและสังคมได้อย่างน่าทึ่ง โลกที่เต็มไปด้วยจินตนาการของเบอร์โรห์นั้นไม่เพียงแค่ความต้องการอยากรู้อยากเห็นของเขาเท่านั้น แต่เป็น เพราะเขาเป็นคนเท่าทันเหตุการณ์และชอบติดตามการเคลื่อนไหวของพัฒนาการทางวิทยาศาตร์ในขณะนั้นอยู่เสมอ และยังไม่รวมถึงประสบการณ์ส่วนตัวที่ ผ่านการใช้ชีวิตมาอย่างหลากหลายของเขาอีกด้วย
จากความสำเร็จของทาร์ซานที่เขาสร้างขึ้น ถูกนำมาสร้างเป็นทั้งภาพยนตร์ การ์ตูน ปรากฏลงทั้งในหนังสือและจอเงินหลายครั้ง เป็นทั้งของเล่น เกมและอื่นๆอีก มากมาย ทาร์ซานได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงฐานะทางการเงินของเบอร์โรห์ไปตลอดกาล มีทั้งที่เป็นไปตามเนื้อเรื่องที่เขาสร้างขึ้นและมีทั้งที่ถูกดัดแปลงรูปแบบจาก ต้นฉบับใหม่จนกลายเป็นทาร์ซานในแบบที่ถึงกับทำให้เบอร์โรห์ต้องผิดหวัง หนังชุดทาร์ซานมีการสร้างออกมาเป็นหนังมากกว่า40เรื่อง มีนักแสดงรับบทเป็นทาร์ซาน กว่า20คน เป็นหนังชุดทีวีอีก4ชุด
ในชีวิตบั้นปลายของเบอร์โรห์ เขาใช้ชีวิตไปกับการขี่ม้า เล่นเทนนิส ไปจนถึงการสอบได้ใบขับขี่เครื่องบินในวัย58ปี เบอร์โรห์หย่าขาดกับเอ็มม่าแล้วแต่งงาน ใหม่กับฟลอเรนซ์ เดียร์โฮลด์ นักแสดงที่มีอายุเกือบเท่าครึ่งหนึ่งของอายุเขาจากนั้นทั้งสองก็ได้ย้ายไปตั้งรกรากในฮาวาย และงานเขียนของเขาก็เริ่มที่จะมีน้อย และช้าลง หลังจากเหตุการณ์ทิ้งระเบิดที่อ่าวเพิร์ลฮาร์เบอร์ เบอร์โรห์ตัดสินใจสมัครเป็นผู้สื่อข่าวสงครามและเป็นผู้สื่อข่าวสงครามที่มีอายุมากที่สุด หลังจาก สงครามสงบลง เบอร์โรห์สก็ย้ายกลับมาอาศัยอยู่ที่เมืองทาร์ซานาในช่วงสุดท้ายของชีวิต
เขาเสียชีวิตบนเตียงนอนขณะกำลังอ่านการ์ตูนทาร์ซานที่ลงในหนังสือพิมพ์วันอาทิตย์ในวันที่9มีนาคม1950

ข้อมูลนิตยสารStarpics:Movie Editionฉ.26,20September1999


MAINSTORYCHARACTERCARDPHONE
SONG BURROUGHSDEEP CANVAS

BACK TO MAIN DISNEY VILLAGE

BACK TO BEAR'S ISLAND MENU


Song:You'll Be In My Heart