
และแล้ว วอลท์ดีสนีย์ก็ฉลองปี2000ครั้งยิ่งใหญ่ด้วยผลงานสุดยอดอีกครั้งกับ"แฟนตาเซีย2000" ภาพยนตร์อันแสนอัศจรรย์
ที่สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการภาพยนตร์ ด้วยผลงานอนิเมชั่นที่ผสมผสานเทคโนโลยีการผลิตอันล้ำยุคเข้ากับดนตรีคลาสสิค
อมตะของอัจฉริยะทางดนตรีของโลกอย่างเช่น บีโธเฟน,เอลการ์ หรือสตราวินสกี้ บรรเลงเพลงโดยวงดนตรีที่เป็นที่มีชื่อเสียงอย่าง
"The Chicago Symphony Orchestra"และควบคุมวงโดยวาทยากรระดับสุดยอดของโลก"James Levine" และจัดฉายบนจอภาพยนตร์ขนาดยักษ์"IMAX"
เท่านั้นเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการเข้าสู่สหัสวรรษใหม่อย่างยิ่งใหญ่ที่สุด นอกจากนี้"แฟนตาเซีย2000"ยังเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกของ
โลกที่จัดฉายด้วยความยาวเต็มรูปแบบภาพยนตร์ทั่วไปบนจอIMAXนี้ ทำให้ผู้ชมสามารถสัมผัสถึงประสบการณ์แปลกใหม่ได้เต็มรูปแบบ
ของจินตนาการที่ไร้ขีดจำกัด
แรกเริ่มนั้น "แฟนตาเซีย"เคยออกฉายทางภาพยนตร์ครั้งแรกในปี1940เป็นภาพยนตร์เรื่องที่3ต่อจากความนิยมของสโนไวท์และพินอคคิโอ
โดยที่มิสเตอร์วอลต์ดีสนีย์นั้นต้องการที่จะได้งานอนิเมชันที่แตกต่างจากปกติที่มีดนตรีเป็นเพลงประกอบภาพ มาเป็นการสร้างงานที่มีภาพ
มาประกอบเพลงแทน และเพลงที่เหมาะสำหรับการสร้างภาพประกอบที่แสนประทับใจเหล่านี้ก็คือเพลงคลาสสิคที่คนทั่วโลกรู้จักกันดีและมีความ
เป็นอมตะ และเมื่อเราได้ชมแฟนตาเซียแล้วก็เหมือนกับการได้ฟังคอนเสิร์ตที่ให้จินตนาการชัดเจนขึ้นนั่นเอง 60ปีที่ผ่านมาของ"แฟนตาเซีย"ภาคแรก
ก็ยังคงเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปมาตลอดกับเรื่องราวต่างๆ และเอกลักษณ์ที่เราจำกันได้ดีจากแฟนตาเซียก็คือภาพมิคกี้เมาส์ในชุดพ่อมดสีแดง
ที่ปัจจุบันกลายเป็นโลโก้ของความมหัศจรรย์ต่างๆที่ดีสนีย์ยังคงใช้ตลอดมา
1."Beethoven's Symphony No.5":Composed by Ludwig Van Beethoven

2."Pines of Rome":Composed by Ottorino Respighi
3."Rhapsody in Blue":Composed by George Gershwin

4."The Steadfast Tin Soldier"(Piano Concerto No.2 Allegro.Opus102):Composed by Dmitri Shostakovich
5."Carnival of The Animals(Finale)":Composed by Camille Saint-Saens:

6."The Sorcerer's Apprentice":Composed by Paul Dukas
7."Pomp and Circumstance"(Marches No.1,2,3,&4(Instrumental)):Composed by Sir Edward Elgar:

8."The Firebird Suite-1919version":Composed
by Igor Stravinsky
ผลงานอนิเมชั่นที่นักวิจารณ์ที่ได้ชมวิจารณ์กันว่ามีความยอดเยี่ยมมากเท่าที่ได้ชมมา
ทั้งเทคนิคและเรื่องราวและภาพประกอบ ที่ลงตัวและสร้างความรู้สึกปิดท้ายงาน"แฟนตาเซีย2000"ได้อย่างยอดเยี่ยม
เรื่องราวของภูติใบไม้ผลิแสนสวยที่ต้องเผชิญ กับปรากฏการณ์ภูเขาไฟระเบิดและลาวาที่ร้อนแรงเปรียบเสมือนนกฟินิกส์ที่น่ากลัว
ไฟได้ทำลายสภาพแวดล้อมที่สวยงามให้ย่อย ยับลงไป แต่ด้วยกำลังใจที่ภูติได้รับจากกวางมูสทำให้สามารถเรียกธรรมชาติที่สวยงามให้คืนกลับมาใหม่ได้อีกครั้งในที่สุด
นอกจากนี้ในช่วงระหว่างเพลงที่เสนอก็มีการนำบุคคลที่เป็นที่รู้จักอย่างสตีฟ มาร์ตินหรือเบตต์มิลเลอร์และอีกหลายคน
มาเป็นคนแนะนำ เพลงที่จะเล่นอีกด้วย เรียกได้ว่าเหมือนกับงานคอนเสิร์ตจริงๆเลยก็ได้
สำหรับในประเทศไทย ก็มีการจัดฉาย"แฟนตาเซีย2000"เพียงที่เดียวคือโรงกรุงไทยIMAX
เมเจอร์รัชโยธินซึ่งถือว่ามีจอภาพยนตร์ ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่มีความสูงเท่ากับตึก7ชั้น
โดยมีระยะการฉาย4เดือนด้วยกันตั้งแต่1มกราคม ถึง30เมษายนปี2000 โดยที่ในทวีปเอเชียก็มีเพียง
3ประเทศเท่านั้นคือไทย ญี่ปุ่นและฮ่องกง หลังจากนั้นอีกไม่กี่เดือนแฟนตาเซีย2000ก็ออกฉายในตามโรงภาพยนตร์ธรรมดาอีกครั้งหนึ่ง
All Picture by ©Walt Disney
Song:The Nutcraker